Home ข้อคิดคติเตือนใจ ทีมฟุตบอลหมูป่ากับโชคร้าย 3 ชั้น

ทีมฟุตบอลหมูป่ากับโชคร้าย 3 ชั้น

2 min read
0
0
5,040

ทีมฟุตบอลหมูป่ากับโชคร้าย 3 ชั้น

.

โชคร้ายชั้นแรก

เป็น ‘เหยื่อ’ ของภัยธรรมชาติ
.

‘ติดถ้ำเหมือนติดคุก’ ในพื้นที่แคบเท่าแมวดิ้นตาย

ต้องนอนในที่ชื้น พื้นแข็งและเย็น แถมไม่เป็นพื้นราบ

อากาศน้อย ไม่มีห้องส้วม ไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น

ยาวนานกว่า 2 สัปดาห์

.

โชคร้ายชั้นสอง

ตกเปน ‘เหยื่อ’ ของการตลาดและ PR ของแบรนด์

และองค์กรต่างๆ 

.

ที่กระโดดเข้ามาประกาศจะให้ ‘รางวัล’ ปลอบขวัญเพื่อเยียวยาปลอบใจ

เพื่อเรียกความสนใจจากสื่อและได้ Earned Media ไปฟรีๆ

.

ทั้งๆที่ทีมหมูป่าไม่ได้ร้องขอ (และไม่ได้รู้เรื่องด้วย)

สิ่งทีมหมูป่าร้องขอเท่าที่ทราบจากข่าวคือ

ข้าวกะเพรา หมูกะทะ และขอออกจากถ้ำแค่นั้น

.

โชคร้ายขั้นสาม

ตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของสื่อและชาวโซเชียล (cyberbully)

.

ยิ่งมีองค์กรให้ ‘รางวัลปลอบใจ’ เท่าไหร่

น้องๆหมูป่ายิ่งถูกแขวะและวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเท่านั้น

ตั้งแต่ตั๋วดูนัดชิงจากฟีฟ่า จนไปถึงทุนการศึกษาจากม.นเรศวร สร้างประเด็นให้ถูกโจมตีได้ตลอด

.

ตอนนี้น้องหมูป่าทั้ง 13 ยังไม่เห็น

เพราะยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

แต่ออกมามาย้อนอ่านยังไงก็ได้เห็น

ว่าเขาถูก ‘ดึง’ ไปเป็นเหยื่อให้ถูก ‘ด่า’ มากแค่ไหน

ทั้งๆที่เขาไม่รู้ตัว ไม่ได้ร้องขอและไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วยเลย

.

พวกเขาอาจจะรู้สึกกระแสน้ำที่ท่วมถ้ำว่าร้ายแรงแล้ว

แต่เทียบไม่ได้กับกระแสโซเชียลที่กระหน่ำซ้ำเติมเขา 

อย่างที่เขาจะไม่มีทางได้เจอมาก่อนในชีวิตนี้

.

ทีมหมูป่าไม่ได้ทำผิดอะไรที่ไปเที่ยวถ้ำ

เกิดอุบัติเหตุทางธรรมชาติ

ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สุดวิสัย

.

และทีมหมู่ป่าไม่ได้ทำผิดอะไร

ที่อยู่ๆมีองค์กรต่างๆเสนอ

‘รางวัลปลอบขวัญ’ เพื่อเยียวยาหัวใจ

เพราะเขาไม่ได้ร้องขอและไม่ได้รู้เรื่องเลย

.

แบรนด์หรือองค์กรต่างๆที่เสนอ

ถ้าเสนอให้ด้วยใจ เขาก็ไม่ผิดอะไร

แต่ถ้าเสนอแบบหวังผลทางการตลาด

ตั้งใจโหนกระแส โดยไม่สนผลลัพธ์

หวังแค่ได้ผลเชิง PR ได้ awareness อย่างเดียว

และเผลอๆ รู้ล่วงหน้าว่าน้องๆจะโดนกระแสเล่นงานด้วยซ้ำ!

.

โหดร้ายกว่าธรรมชาติ

ก็การตลาดที่เห็นแก่ตัวของมนุษย์เนี่ยล่ะ

.

ผมเขียนไปแล้วในบทความที่แล้วก่อนหน้าว่า…

“13 หมูป่า = ผู้ประสบภัย

อาสานับพันชีวิต = Hero”

.

ผู้ประสบภัยควรให้คำขอบคุณและได้รับการปลอบขวัญ

Hero ควรได้รับรางวัล

Logic พื้นฐานก็มีพื้นฐานก็มีเท่านี้

.

ถ้ามีคำถามว่าพวกเขาควรได้รางวัลปลอบขวัญไหม?

ส่วนตัวผมมองว่า…

“วันนี้ที่เขาจะได้ออกมาจากถ้ำ”

ออกมาเจอหน้าพ่อแม่ ออกมาเรียนหนังสือ 

ได้แข่งบอล และได้ใช้ชีวิตตามปกติได้ 

.

มันคือรางวัลปลอบขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาทั้ง 13 แล้ว 

มันคือผลลัพธ์แห่งพลังใจของผู้คนนับล้าน 

มันคือความเสียสละของอาสาสมัครนับพันนับหมื่น

มันคือสิ่งยืนยันความมีน้ำใจของคนไทยที่ไม่เคยทิ้งกัน

.

จากวันที่เกือบตาย ไม่รู้จะมีใครมาเจอไหม

จนถึงวันที่ต้องติดคุกอยู่ในถ้ำอย่างยาวนาน

จนถึงวันที่ได้ออกมา เห็นหน้าพ่อแม่และได้ใช้ชีวิตอีกครั้ง

.

มันคือ ‘รางวัล’ ที่มีค่าสูงสุดและดีที่สุดที่เขาอยากได้แล้ว

รางวัลนี้มาจากแรงใจอันเสียสละที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆของอาสาสมัครนับหมื่นจากหลายสิบชาติ 

ที่ยอมจ่ายทุกราคาทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือให้เขาออกมา

รวมถึงได้รับกำลังใจจากคนไทยทั้งชาติและคนระดับโลกอีกมากมาย

.

มันเป็น ‘รางวัล’ ที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขาแล้ว

โดยอาจไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลปลอบใจอื่นใดอีก เพราะไม่มีรางวัลไหนจะมีค่าเสมอเหมือนเท่านี้อีกแล้ว

.

อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี

อย่าให้น้องหมูป่าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ที่เจ็บปวดสุดๆในถ้ำมาแล้ว

ต้องมาเจ็บปวดกว่านี้ นอกถ้ำอีกเลย

บทเรียนที่ได้…มันมากเกินพอสำหรับเด็กอายุ 12 แล้วล่ะ

#ครูชัย

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข้อคิดคติเตือนใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

3 + 2 =

Check Also

ไม่มีใครทำให้เรามีความสุขได้มากไปกว่า “ตัวเราเอง”

ไม่มีใครทำให้เรามีความสุขได้มากไปกว่า “ตัวเราเอง& … …