Home Entertainment Lifestyle เสพวาสนากับ รักษาบุญ อ่านแล้วส่งต่อเพื่อรักษาวาสนาของท่าน

เสพวาสนากับ รักษาบุญ อ่านแล้วส่งต่อเพื่อรักษาวาสนาของท่าน

10 second read
0
0
2,108

สมัยราชวงศ์ถัง มีอัครเสนาบดีท่านหนึ่งนามว่า ‘หวังหย่า’

ทุกวันใช้เงินจำนวนมากในการหุงหาอาหารเลี้ยงบัณฑิต และคนรับใช้นับพันคน ถือว่าเป็นผู้มีทั้งลาภยศ และวาสนา

ห้องครัวของจวนอัครเสนาบดีสร้างติดกับวัด ท่อน้ำทิ้งที่ชะล้างหม้อหุงข้าวในการเลี้ยงผู้คนนับพั

นในแต่ละมื้อถูกระบายร่วมกับท่อน้ำทิ้งของวัด

อยู่มาวันหนึ่ง…

เจ้าอาวาสได้เดินสำรวจพื้นที่ในวัด จู่ๆก็เห็นว่ามีบางสิ่งขาวโพลนไปหมดในทางระบายน้ำ

เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าสีขาวที่เห็นจากไกลๆนั้นคือ ข้าวชั้นดีที่ทางจวนของอัครเสนาบดีหุงกิน

“อามิตาพุทธ บาปกรรม บาปกรรม” หลวงพ่อร้องขึ้นด้วยความเสียใจ

“ข้าวหนึ่งเม็ดได้มาไม่ง่าย วันนี้กลับมีคนใจบาปทิ้งขว้างอย่างไม่เสียดาย

ไม่รู้จักรักษาบุญ ช่างน่าเวทนาผู้โง่เขลาเหล่านี้ยิ่งนัก”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อจึงสั่งให้พระเณรในวัด พากันเก็บข้าวขึ้นมา

จากนั้นก็ล้างทำความสะอาด ก่อนเอาไปตากแดดให้แห้ง แล้วเก็บไว้ในโอ่งใบใหญ่

ท่านทำอย่างนี้ได้ 2 ปี ได้ข้าวแห้งถึง 6 โอ่งใหญ่

.

วันหนึ่ง อัครเสนาบดีก็ถูกคนใส่ร้ายว่าจะทำการล้มราชวงศ์ ทำให้ถูกกักบริเวณ กลายเป็นคนมีความผิดติดตัว

เป็นตายไม่อาจล่วงรู้ได้ เหล่าบัณฑิตและคนรับใช้ที่เลี้ยงไว้นับพันต่างก็พากันหนีเอาตัวรอด

ทรัพย์สินเงินทองที่อยู่ในจวนก็ถูกศัตรูเข้ามาปล้นไปจนไม่เหลือหลอ

ขณะนั้น คนในบ้าน 20 กว่าชีวิต ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อ

อาหาร 3 มื้อ ทานไม่อิ่ม ได้แต่ทนอดอยากหิวกระหายอย่างน่าเวทนา

เมื่อเจ้าอาวาสรู้ข่าวเข้า ก็รู้สึกเวทนาสงสาร ท่านจึงสั่งให้คนครัวของวัด นำข้าวแห้ง

ที่เก็บไว้ในโอ่งออกมาต้มเป็นโจ๊ก ส่งเข้าไปในจวน เมื่ออัครเสนาบดีหวังหย่าได้ลิ้มรสของโจ๊ก

ก็เอ่ยชมไม่ขาดปากว่าช่างเป็นโจ๊กข้าวหอมที่ไม่เคยลิ้มลองจากที่ไหนมากก่อน

หลังจากกินโจ๊กเสร็จ เขาก็ได้เดินเข้าวัดมาเพื่อทำการกราบสักการะเจ้าอาวาส ขอบคุณที่ท่านโปรดเวทนา

เจ้าอาวาสยกมือพนมแล้วกล่าวขึ้นว่า….

“ที่จริงแล้ว ข้าวที่ต้มไปมอบให้ท่านนั้น หาใช่เป็นข้าวของทางวัดไม่ แต่เป็นข้าวที่ถูกล้างออกจากหม้อหุงข้าวของจวนเสนาบดีท่าน อาตมาเห็นว่าเป็นข้าวอย่างดีจึงรู้สึกเสียดาย จึงใช้ให้คนในวัดทำการเก็บขึ้นมา เพื่อที่จะได้ประทังยามบ้านเมืองแห้งแล้ง นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้ใช้กับท่านเป็นคนแรก นี่คงเป็นลิขิตสวรรค์”

อัครเสนาบดีหวังเมื่อได้ฟังจบ ก็เหมือนตื่นจากความฝัน ได้แต่ถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้นว่า

“ข้าช่างทำผิดบาปใหญ่หลวง ไม่รู้จักถนอมรักษาพืชพันธุ์ธัญญาหาร

เหตุเพราะไม่รู้จักรักษาบุญ วันนี้จึงตกต่ำเช่นนี้ ภัยที่ข้าประสบในวันนี้ เป็นกรรมที่ได้กระทำไว้ไม่ผิดเลย”

โบราณกล่าวไว้ว่า….

“อำนาจอย่าใช้จนสิ้น เมื่อสิ้นอำนาจภัยจะมาเยือน”

วาสนาอย่าเสพจนสิ้น เมื่อเสพสิ้นย่อมโดดเดี่ยว

ชีวิตมนุษย์นั้น โชค ภัย ได้ เสีย เป็นของคู่กัน

หากเอาแต่ถลุงวาสนา ไม่รู้จักถนอมรักษาและสร้างเพิ่ม

วันหนึ่ง “สุขสิ้น ทุกข์เกิด” ดังสิ่งที่เกิดขึ้นกับอัครเสนาบดีหวังนั่นเอง

คนที่มีมิจฉาสติ มิฉาวาจา ย่อมนำพาภัยมาสู่

มีเพียงผู้ที่เปี่ยมด้วยหลักสัจธรรมเท่านั้นที่มีวาสนา 

คนที่เสพในสุรา นารี พาชี กีฬาบัตร ย่อมทำลายสังขาร

มีเพียงผู้ที่สมถะไร้ตัณหาเท่านั้นที่มีวาสนา

คนที่เอาแต่รัก โลภ โกรธ หลง ย่อมสูญเสียวิญญาณธาตุ

มีเพียงผู้รู้พอและใจบริสุทธิ์เท่านั้นที่มีวาสนา

คนที่ตระหนี่โลภมาก ย่อมขาดทุน

มีเพียงผู้ที่สละทานทำบุญเท่านั้นที่มีวาสนา 

เมื่ออ่านจบแล้ว อย่าลืมส่งต่อเป็นธรรมทาน วาสนาจงเกิดแด่ท่าน…

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In Lifestyle

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

32 − = 29

Check Also

โปรดจำไว้ว่า “ยิ่งพยายาม (ในสิ่งที่ถูกต้อง) ยิ่งมีวาสนา”

ชีวิตนี้จิปาถะ …………………………̷…