Home Entertainment Lifestyle 10 คนดังเมืองไทยสอนลูกให้คิดเป็น ช่างแตกต่างจากคนทั่วไปนัก

10 คนดังเมืองไทยสอนลูกให้คิดเป็น ช่างแตกต่างจากคนทั่วไปนัก

26 second read
0
0
402

เราคงทราบดีว่า เพื่อนข้างบ้านเราสอนลูกอย่างไร คุณครูที่เราส่งลูกไปเรียนสอนลูกอย่างไร หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง สอนลูกอย่าไร หลายคนคงเห็นผลลัพธ์แล้วว่าลูกที่เราสอน หรือลูกคนอื่นโตมาเป็นอย่างไร

แต่วันนี้รักยิ้มอยากจะนำเสนอคำสอนที่คนรวยระดับเจ้าสัว พันล้าน หมื่นล้านเมืองไทยสอนกับลูกของเขา มันคงจะดีถ้าเราได้รู้ว่า คนที่สำเร็จและร่ำรวยเขามีวิธีสอนลูกอย่างไร เผื่อเราจะได้นำมาปรับใช้กันบ้าง

 1. ดร.นิเวศน์ เซียนหุ้นหมื่นล้าน

ลูกต้องเป็นนายของเงิน อย่าเป็นทาสของเงิน มองคนที่คุณค่า ไม่ใช่มองคนที่ราคา 

ลูกไม่จำเป็นต้องมีสามีรวยเพื่อให้ทัดเทียมกับเรา แต่ขอให้เลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขเป็นอันดับแรก ดร.นิเวศน์มักสอนให้ลูกเลือกความสุขเหนือเงินตรา ไม่ตกเป็นทาสของเงิน และไม่มองคนที่ราคาแต่ให้ฝึกมองที่คุณค่าของคนๆนัน้

2. เสี่ยตาปัญญา ผู้ก่อตั้ง WorkPoint

เด็กวัยนี้เวลาสอนอย่าไปสั่ง อย่าไปห้าม ต้องทำให้เขาเห็น

อย่างผมกลัวว่าเขาจะเดินเอาศรีษะไปชนขอบโต๊ะ ผมก็จะแกล้งเอาศีรษะไปใกล้ๆ เกือบจะถึงขอบโต๊ะให้เขาเห็นว่าชนแล้วนะ ถ้าชนจะเจ็บอย่างไร ทีนี้เขาจะรู้ว่าทำแบบนี้ตัวเขาก็จะเจ็บและเขาก็จะไม่ทำ

3. เจ้าสัวธนินท์ เจ้าของเซเว่น และเครือธุรกิจซีพี

เรื่องสำคัญอีกประการที่เด็กๆ พึงปฏิบัตินั่นคือต้องรู้จักที่จะเสียเปรียบ

หลายคนมักสอนลูกให้อย่าเอาเปรียบคนอื่น  แต่ระบบเจ้าสัวแล้วมีความลุ่มลึกกว่านั้น เพราะเขาว่า “เด็กคนไหนที่คอยแต่เอาเปรียบเพื่อน ถือเป็นวิธีที่ไม่ฉลาดเลย”

นั่นเพราะตามหลักแล้วคนที่เสียรู้ หรือ ถูกเอาเปรียบมักจะผูกใจเจ็บ หนำซ้ำยังนำพาเราไปพูดปากต่อไปในทางที่ไม่ดี ซึ่งนี่เป็นการสร้างความเสียหายกับเราได้มากเลย

4. มาดามแป้ง กรรมการผู้จัดการเมืองไทยประกันชีวิต

ดิฉันเลี้ยงลูกให้ใช้ ชีวิตธรรมดาให้รู้จักการใช้ชีวิตที่ติดดิน

ดิฉันเลี้ยงลูกให้ใช้ชีวิตธรรมดาๆ ให้รู้จักการใช้ชีวิตที่ติดดิน เพราะความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกับลูกได้ อยากให้เขาปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ โลกเรามีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ ลูกต้องมีความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจ

5. เสี่ยตัน เจ้าของอิชิตัน

ตัวเราเหมือนคลอง ความรู้เหมือนน้ำ ขุดครองให้เก็บน้ำได้มากเท่าไหร่ ก็เหมือนเราหาความรู้เป็นเกราะป้องกันชีวิตได้มากขึ้นเท่านั้น

คุณตันเป็นคนให้ความสำคัญกับความรู้และประสบการณ์ มองความล้มเหลวเป็นเหมือนการเรียนรู้อย่างนึง ยิ่งมีความรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแกร่งมาก ยิ่งมีชีวิตที่ดีและมั่นคงมาก

6. เจ้เล้ง เจ้าของร้านเจ้เล้ง

สิ่งที่สอนลูกทุกคนคือ คนเราไม่ต้องพูดดี แต่ให้ทำดีเข้าไว้

ทำงานดี ไม่ต้องพูดเพราะก็ได้ (หัวเราะ) นี่เป็นสไตล์การทำงานของพี่ ซึ่งเวลาทำงานจะตั้งใจทำทุกอย่างจนจบ ไม่มีค้างคา ถ้าใครทำไม่ได้เจ้ทำเอง เจ้เคลียร์เอง เวลาทำงานไม่อยากได้หรอกอำนาจ แต่อยากได้ผลสำเร็จมากกว่า พี่ทำพวกนี้ให้เขาเห็นและซึมซับ

7. เสี่ยชูวิทย์ นักการเมือง

สไลต์การเลี้ยงลูกของผม บุปเฟ่ต์ ให้เขาใช้ชีวิตแบบปกติ แบบไม่มีเส้นขีดขวางกั้น

อยากจะ คิด-พูด-ทำ อะไรก็ได้ แล้วผมก็ให้เขาเห็นทุกมุมของผมเท่าที่เขาต้องการจะเห็น เมื่อก่อนผมเกเรมากๆ ผมกับลูกว่าใน 100% เขาทำให้ผมสัก 30% ก็พอแล้ว ที่เหลือ  70% ให้เขาไปคิดเอาเอง ไม่ทางที่จะกำหนดเขาได้หมด อย่างน้องต๊ะ อายุ 17 ไปเรียนเมืองนอก จะไม่อยู่พอพักเอง ผมก็ว่าไม่ห้าม แต่ลองคิดดูว่าจะดูแลตัวเองได้ไหม ผมสอนให้คิดต่อ ไม่ห้าม เพราะเด็กสมัยนี้มีโลกส่วนตัวอยู่ โรคนึงคือ ห้ามแล้วย่งทำ ต้องให้เขาได้คิดเอง เรื่องเรียนก็เหมือนกัน

8. พี่กอยโก ผู้ก่อตั้ง Love Is

คุยกับเขาเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง คุยกับเขาเหมือนเขาเป็นเพื่อนเรา ไม่ใช่คุยกับเขาเหมือนผู้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเรา

อย่างครอบครัวผม เราให้เวลาเพื่อคุยกับเขาเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง คุยกับเขาเหมือนเขาเป็นเพื่อนเรา ไม่ใช่คุยกับเขาเหมือนผู้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเรา เช่น ตอนนี้ต้องทำสิ่งนี้นะ ห้ามทำสิ่งอื่นเด็ดขาด

แต่ผมจะคอยสอนและให้มุมมองการใช้ชีวิตที่ควรจะเป็น รู้ผิดชอบชั่วดี เพราะภาพในชีวิตจริง จะทำให้เขาเข้าใจชีวิต และเติบโตขึ้นมาอย่างมีวิธีคิดท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยปัญหา

9. เสี่ยเจริญ เจ้าของกลุ่มเบียร์ช้าง

อดทน เสียสละ เงียบ ร่าเริง

คุณพ่อมี 4 คำคือ อดทน เสียสละ เงียบ ร่าเริง ท่านเคยพูดถึงอยู่แล้ว อดทนก็คือทำให้สำเร็จ เสียสละทำให้พ้นภัย เงียบทำให้มีสติ สติทำให้เกิดปัญญา ร่าเริงทำให้สุขภาพดี มองโลกในทางบวก

ถ้าจะกล่าวโดยคร่าวๆ 4 คำนี้ ผมคิดว่า ตั้งใจทำงานไม่ไปต่อล้อต่อเถียงกับใคร ไม่ต้องสร้างเรื่องราวอะไรให้มันวุ่นวาย ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรก็หยวนๆ

10. เจ้าสัวบุญเกียรติ ประธานกรรมการกลุ่มสหพัฒน์

เราอย่าชี้นำลูก แต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้คิดและทำอะไรด้วยตนเอง

เราอย่าชี้นำลูก แต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้คิด และทำอะไรด้วยตนเอง เช่น เรื่องนี้ลูกคิดเห็นอย่างไร มองอย่างไร แต่เท่าที่เห็น พ่อแม่ส่วนใหญ่มักเล่นทางลัด เช่น พ่อชอบแบบนี้ แม่ชอบแบบนี้ เธอต้องทำแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งเด็กเขาไม่ชอบหรอก จริงรึเปล่า

ดังนั้น ถ้าลูกทำเรื่องไม่ดี หรือไม่ถูกต้อง ในฐานะพ่อแม่ก็แค่ยกตัวอย่างให้ลูกได้เห็น ว่าทำแบบนี้ผลเสียเป็นอย่างไร และถ้าไม่ทำแบบนี้ละผลเสียมีน้อยกว่าหรือไม่

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : buffettcode

และ รักยิ้ม

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In Lifestyle

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

28 − 25 =

Check Also

ข้อดีของการเป็นคนไม่คิดอะไร ที่คุณไม่เคยรู้

4 ข้อดี ของการเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไร ว่ากันว่า ความคิดที่มีอยู่มากจนเกินไป มันก็ดูไม่น่าจ…