Home Entertainment Lifestyle อยากให้ลูกโตขึ้นมีแววรุ่ง เป็นคนดี คนเก่ง คุณแม่ควรจะ “ขี้เกียจ”

อยากให้ลูกโตขึ้นมีแววรุ่ง เป็นคนดี คนเก่ง คุณแม่ควรจะ “ขี้เกียจ”

24 second read
0
0
8,720

อยากให้ลูกโตขึ้นมีแววรุ่ง เป็นคนดี คนเก่ง แม่ควรจะขี้เกียจ

แม่เป็นบุคคลที่ขยันและเหนื่อยเกินไปจริงๆ! ในความเป็นจริงเราสามารถเห็นได้ชัดว่า เธอต้องทำงานดูแลลูกและสามีอยู่รอบ ๆ ตลอดเวลาอย่างสมบูรณ์ ภายใน 24 ชั่วโมง ที่จริงคุณไม่ต้องแบกภาระหน้าที่ในการดูแลบ้านไว้คนเดียวก็ได้ เราสามารถลองให้สามีแบ่งเบาภาระหน้าที่นี้หน่อย และปล่อยให้ลูกเรียนรู้ที่จะเป็นอิสระ ช่วยเหลือตนเอง

ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งคุณก็แอบ “ขี้เกียจ” บ้างก็ได้ ไม่เพียง แต่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังทำให้ชีวิตการแต่งงานและครอบครัวมีความสุขมากขึ้นด้วยเช่นกัน

วันนี้มีงานวิจัยของต่างชาติเผย 3 ข้อ ที่หากแม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยน้อยที่สุดจะส่งผลดีกับลูกมากที่สุด

1.ไม่เข้าไปช่วยลูกทำการบ้าน หรือสอนอ่านหนังสือ

มีคุณแม่คนหนึ่งเล่าประสบการณ์ว่า ตนเองไม่เคยไปสอนการบ้านให้ลูกชายเลย แม่จะเตือนลูกมากกว่าว่าเวลาไหนควรไปทำการบ้านได้แล้ว เมื่อทำเสร็จแล้วก็บอกแม่คำหนึ่งก็พอ ส่วนการตรวจสอบว่าลูกชายทำถูกหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของเขาเอง แม่มีหน้าที่แค่เซ็นชื่อเท่านั้น

ในตอนแรกลูกชายไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยบอกว่า “แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจการบ้านให้ด้วย ทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้?” เธอตอบลูกชายไปว่า “ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอกนะ ลูกคิดดูสิ! หากแม่ช่วยลูกตรวจการบ้าน แล้วลูกจะรู้ได้อย่างไรว่าผิดตรงไหนบ้าง แล้วต่อไปลูกจะตรวจเองเป็นไหม? ตอนสอบหากผิดลูกจะรู้ไหมว่ามันผิดตรงไหน จงจำไว้นะว่าในตอนนั้นไม่มีใครสามารถมาช่วยลูกตรวจข้อสอบได้” เธอสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเอง เมื่อพบเจอปัญหาก็ต้องคิดใคร่ครวญเอง หากคิดไม่ออกจริงๆค่อยถามแม่หรือขอคำแนะนำจากแม่ได้

ประสบการณ์ของครูพบว่า: “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยชี้นำเด็กให้เรียนรู้ แต่ปล่อยให้เด็กทำอย่างอิสระและคิดอย่างอิสระ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เธอยังให้ความสนใจกับเด็กและใช้วิธีการที่ชาญฉลาดเพื่อช่วยแก้ปัญหาเมื่อเด็กมีปัญหา

2.แม่ขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักช่วยตนเอง

คุณแม่เจียเจียเผยประสบการณ์ว่า เรื่องใดที่ลูกสามารถทำได้ เธอจะไม่เข้าไปช่วย ตัวอย่างเช่น เมื่อห้องนอนของเจียเจียยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ แม่เตือนเจียเจียว่าควรจัดอย่างเรียบร้อย แต่เธอมีความสุขที่ได้เห็นเจียเจียเสร็จ

ช่วงเปิดภาคเรียน คุณครูขอให้นักเรียนห่อปกหนังสือเรียนเล่มใหม่ของเทอมนี้ แต่เจียเจียทำไม่เป็น แม่จึงสอนเจียเจียห่อ 1 เล่มก่อน จากนั้นก็ปล่อยให้เจียเจียลองทำเองทั้งหมด

เจียเจียไม่อยากห่อเอง จึงไม่ยอมขยับมือ แม่ก็ไม่สนใจเธอได้แต่ยืนอยู่ข้างๆพร้อมชี้นิ้วบอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เข้าไปช่วยห่อ ทำให้เจียเจียต้องนั่งห่อเองทั้งหมด แม่ของเจียเจียบอกว่า “ความจริงถ้าฉันจะเข้าไปช่วยห่อจะประหยัดเวลาได้มาก แต่เจียเจียจะไม่มีวันเรียนรู้ที่ห่อปกหนังสือเองได้เลย ดังนั้นนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดคือ ปล่อยให้เจียเจียห่อเอง แม้ว่าจะห่อไม่เรียบร้อยก็ตาม”

ประสบการณ์ของครูพบว่า: “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยขยันหมั่นเพียรในการช่วยเหลือเด็ก ๆ ในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ให้เด็ก ๆ ทำเองเพื่อเด็ก ๆ จะได้พึ่งพาอาศัยและไม่เฉยเมยต่อการฝึกฝน สร้างความรับผิดชอบให้กับตนเอง

3.แม่ขี้เกียจบ่นหรือพูดมาก ให้เด็กเรียนรู้ที่จะเติมโตด้วยตนเอง

ผู้ปกครองบางคนมักชอบกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ จนแม่บ่นตลอดทั้งวันไม่ยอมหยุด พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเด็กไม่อยากฟัง และทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่แม่พูด แต่แตกต่างจากครอบครัวนี้

ในช่วงสุดสัปดาห์ ฮาวฮาวเล่นเกมเป็นเวลานานมากและไม่ทำการบ้าน แม่จึงถามเขาว่า “ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง?” ฮาวฮาวตอบว่า: “ขอเล่นอีก 10 นาที” แม่ตอบกลับไปว่า “โอเค ต้องรักษาคำพูดนะ”

พอผ่านไป 10 นาที แม่ก็เดินกลับมาดูอีก ฮาวฮาวก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ที่เดิม แม่โกรธมาก แต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์และพูดอย่างใจเย็นว่า “ปกติลูกเป็นคนรักษาคำพูดไม่ใช่หรอ?” ในตอนนั้นฮาวฮาวเริ่มละอายใจ จากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์และรีบไปทำการบ้านทันที!

นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้แม่ของฮาวฮาวเคยพูดหลายรอบเกี่ยวกับนิทานเรื่อง “การเป็นคนน่าเชื่อถือ” และนั้นก็ทำให้ฮาวฮาวค่อยซึมซับเข้าไปในจิตใจ

ปกติแม่จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ ทบทวนตำราเป็นอย่างมาก จึงได้ซื้อนิทานสร้างแรงบันดาลใจให้อ่านมากมาย และจากนิทานเหล่านี้ทำให้ฮาวฮาวเรียนรู้ที่จะนำมาใช้กับตนเอง เสริมสร้างการควบคุมนิสัยของตนเอง การอดทนอดกลั้น ด้านจิตตานุภาพเพื่อให้ตนเองเป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น

เราจะเห็นว่าแม่ลูกคู่นี้รักษาสัจจะที่ให้ไว้ และเมื่อถึงเวลาเขาก็ต้องรีบปิดและไปทำการบ้าน และนิทานที่แม่หาซื้อมาให้ก็มีตัวอย่างในการรักษาคำพูดมากมาย ทำให้ฮาวฮาวรู้สึกถึงการเป็นคนที่น่าเชื่อถือนั้นสำคัญมาก

ประสบการณ์ของครูพบว่า: “แม่ขี้เกียจ” ไม่ขยันที่จะบ่นทั้งวัน แต่ใช้เหตุผลในการพูดคุย เพราะเธอรู้ดีว่าเด็ก ๆ ไม่ชอบการบ่นว่า แต่เธอขยันในการหาวิธีในการรับมือเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและคุณภาพที่ดีเยี่ยมให้เด็ก มันเป็นวิธีที่ดีมากในการปลูกฝังนิสัยการอ่านของเด็ก ๆ และให้พวกเขาเรียนรู้จากหนังสือที่ดีและบรรลุการเติบโตด้วยตนเอง

ในบางครั้งผู้ปกครองควรปล่อยมือบ้าง โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาอันสมควร และรู้ว่าเวลาไหนควรใจแข็ง เวลาไหนควรใจอ่อน เวลาไหนควรขี้เกียจ คุณควรเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ จากนั้นลบปีกแห่งความกังวลออก ของคุณ และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิธีนี้ของตนเอง และเพราะเหตุนี้ลูกนกจึงสามารถฝึกบินได้ด้วยตนเอง ทำให้มีปีกที่แข็งแรง สร้างนิสัยการศึกษาที่ดีและความสามารถอิสระ ช่วยเหลือตนเองได้

ขอบคุณแหล่งที่มา :life.beeper

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In Lifestyle

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

5 + 1 =

Check Also

“ความไว้ใจ” สร้างขึ้นใหม่ได้แต่มันไม่เหมือนเดิม

“ความไว้ใจ” สร้างขึ้นใหม่ได้…แต่มันไม่เหมือนเดิม “ความไว้ใจ”…